Posted by: humanbass | พฤษภาคม 17, 2011

ติดปีติ ติดสุข ติดสบาย ตายไปแล้ว

เป็นเวลากว่า 3 เดือน ที่ไม่ได้มีการเขียนบทความใดๆ

ทางเดินสายนี้เป็นทางเดินของคนจริง

เป็นทางเดินของคนที่สวนกระแส

เป็นทางเดินที่ลาดชัน เป็นภูเขาสูง

เปรียบดังตะกายปีนขึ้นน้ำตก

.

หากวันใดหยุด ก็มีแต่ร่วงลงมา

บางคราวขณะปีนขึ้นไป ก็เจอแงงหินก้อนใหญ่

ที่คอยบดบังกระแสน้ำเป็นที่พักพิง

แต่หากเผลอไปหลบเข้า จนติดจนยึด

โผล่หน้ามาอีกทีถึงได้รู้ว่าร่วงตกลงมาเรื่่อยๆ

พร้อมชะแงงหินก้อนใหญ่นั้นไปซะแล้ว

.

.

ชะแงงหินก้อนใหญ่เปรียบดั่งความสุข

ความสุชที่โดนสร้างจากบุญ

ความปีติจากสมาธิที่โดนสร้างจากบุญ

ความสุขจากความเมตตาที่โดนสร้างจากบุญ

สุขเหล่านี้เป็นสุขใหญ่ เป็นแสงสว่างสีขาว

เป็นความสบายที่หาสิ่งใดเปรียบยากยิ่ง

.

.

.

แต่สุขเหล่านี้ร้าย เพราะล้วนนำพาให้ติดโดยไม่รู้ตัว

เหมือนกับที่หลบเข้าไปในชะแงงหินโดยไม่รู้ตัว

จะทำจะปฏิบัติทีไร เป้าหมายคิอ คอยไปหลบเข้าชะแงงหินอันใหม่

.

นานวันเข้า ก็จะเริ่มยึดในชะแงงหิน

และแม้เจอเพียงชะแงงหินเล็ก ก็เริ่มที่จะคว้าไว้

เริ่มละลายชะแงงหินใหญ่

เริ่มละเลยความสุขที่ละเอียด

กลายเป็นเริ่มคว้าความสุขทุกความสบาย

ไม่ว่านั้นจะเล็กจะใหญ่ก็คว้าไว้

.

.

ตามปกติเมื่อคว้าชะแงงหินเล็กก็ย่อมตกลงเร็วกว่าใหญ่

รู้ตัวอีกทีก็ตกลงมาไกล แล้วก็เริ่มตะเกียกตะกาย

ไปเกาะชะแงงหินใหญ่ใหม่ ติดใจในความสุขความสบาย

ก็กลับกลายไปเกาะชะแงงหินเล็กอีกครั้ง

แล้วก็ตกลงมาเจ็บ แล้วก็ตะเกียกตะกายใหม่

วนแบบนี้มาคลอด 3 ปี สุดท้ายมันจะย้อนกลับมาที่ต้นน้ำตก

.

จนสุดท้ายบุญที่มีจะหมด เมื่อบุญหมด

ย่อมไม่มีบุญใดไปสร้างชะแงงหินนั้นให้

ย่อมขาดที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

เมื่อนั้นจะอ่อนแอ อ่อนแอถึงขนาดที่ไม่มีแรง

ผ่านบททดสอบของชีวิตได้

และเริ่มหาที่พึ่งพิงที่อื่น นอกจากตน

เริ่มหาสิ่งศักดิ์สิทธ์ หาที่ยึดเหนี่ยวใจ

เพราะเห็นแล้วว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนไม่ได้

.

.

อ่อนแอ อ่อนแอสิ้นดี

รู้สึกผิด รู้สึกแย่ จากคนที่เข้มแข็ง

โดนต่อย โดนนวดด้วยความสุขตลอดเวลา

จนวันหนึ่งพิษของมันกำเริบ ก็เจ็บก็ปวด

ก็พึ่งร่างกายนี้ไม่ได้อีกแล้ว เหนื่อยท้อรู้สึกผิด

ต่อพ่อแม่ครูอาจารย์ ทำไมถึงเป็นไปได้ขนาดนี้

.

จึงรวบรวมพลังขึ้นมาใหม่

นำน้ำมนต์จาก 9 วัด 10 วัด ล้วนเป็นน้ำที่รวบรวมพลังสมาธิ

ทำในรูปแบบ กล่าวคำขอโทษต่อหน้าหิงพระ น้ำตาไหลอาบ 2 แก้ม

ความรู้สึกผิด ความอ่อนแอ ที่สะสมมานานพลั่งพรูออกกับน้ำตา

รู้สึกแย่ที่พึ่งพิงตนไม่ได้ รู้สึกผิดที่ละเลยต่อคำสอน

รู้สึกผิดต่อความประมาทที่ทำเป็นประจำ

จะขอกลับตัวกลับใจใหม่ จะกลับไปทำในรูปแบบเป็นประจำอีกครั้ง

จะเริ่มเเดินทางสายเดิมอีกครั้ง หยุดการพัก หยุดการนอน

หยุดตามใจรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส

จากนั้นจึงได้ดื่มน้ำมนต์นี้เข้าไป และเริ่มทำติดต่อกันเป็นสัปดาห์

.

.

เริ่มเห็นชัดว่ากิเลสนั้นจะสู้ได้ แค่ตอนต้น

เริ่มหายอวดดีที่จะปรุงมันแล้วค่อยสู้กับมัน

เจอมันแล้วรีบวางลงทันที ไร้ข้ออ้างใดๆ

จิตใจจึงเริ่มรู้สึกว่าเข้มแข็ง เริ่มรู้สึกว่าฉันก็ทำได้

เริ่มพบความสุขละเอียด และตอนั้นเอง….จึงเริ่มพบแล้วว่าติดอะไรจริงๆ

.

.

ผ่านไปสัปดาห์ต่อๆมา เริ่มย่อหย่อนอีกครั้ง

เริ่มมีข้ออ้างให้ปรุงกิเลสมากขึ้น

แทนที่จะตัดไฟแต่ต้นลมเหมือนแต่ก่อน

และยิ่งผ่านไปนานวัน ทุกอย่างเริ่มถอยกลับลงมาอีกครั้ง

มีแต่ความเชื่อว่า ถ้าเคยทำได้มันก็ต้องทำได้อีก

ดังนั้น เอาไว้ก่อน ขอลองพัก ลองหยุดหน่อย

และคำเหล่านี้ก็เริ่มถี่มากขึ้นเรื่อยๆ

คำกล่าวอ้างทั้งหลายเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ

การพลัดวันประกันพรุ่งเริ่มตามมา

การนอน การเล่น การหยุดพัก เริ่มถามหา

มีเพียงสิ่งเดียวที่ต่างกับแต่ก่อน คือ ยังทำในรูปแบบเหมือนเดิม

.

และนั้นละ คือตัวปํยหาใหญ่ที่ไม่ทันสังเกตเห็น

จนกระทั่งได้อ่าน วินาทีบรรลุธรรม4 หลวงปู่เทียน

จึงได้รู้ว่า ติดแล้ว ทำไในรูปแบบไปเพื่อเอาปีติ เอาสุขโดยแท้

ไม่ได้จะเอาหลุด เอาพ้นอะไรเลย เอาสุข เอาสบายแท้ๆ

กิเลสหลอกแท้ๆ ติดชะแงงหินใหญ่แท้ๆ

.

คร่าใดที่ทำในรูปแบบก็เพียงเพราะจะยึดเข้าฐานธรรม

แล้วติดความสุขในการเห็นไตรลักษณ์ เห็นไม่ทันสิ่งที่ติดอยู่นี้

นึกว่าเป็นวิปัสสนา แต่หารู้ไม่เป็นวิปัสสนูป เห็นไม่ทันความพอใจ

หลงยึด หลงหมายมั่นในความพอใจที่ได้เห็นนั้น

.

ทำให้ความพอใจนี้เป็นเชื้อ เชื้อความติดความสบาย

ทำอะไรก็มุ่งหาความสาบเป็นหลัก เอาแต่สุขไว้ก่อน

เสพติดแล้ว กิเลสก็หลอกให้ใช้บุญซื้อสุขมากขึ้นเรื่อยๆ

แล้วกิเลสก็เริ่มขึ้นราคา จนกระทั่งบุญเท่าเดิมแต่ได้ความสุขที่หยาบกว่า

แต่กระนั้นก็ยังไม่รู้ตัว ก็ยังหลงมัวเมา กินเศษกระดูกต่อไป

โดยมีเศษเนื้อติดฟันเล็กให้กินเป็นเชื้อตอนทำในรูปแบบ เป็นแหล่งผลิตบุญเพื่อกิเลส

เหมือนการทำสงครามชายแดนสุรินทร์ ที่รบกับอีกฝ่ายแต่ยังคอยส่งเสบียง ส่งอาวุธ ส่งน้ำมัน

ให้อีกฝ่ายอยู่เรื่อยๆ เพื่อมารบกับตนเอง เพื่อมาฆ่าตนเอง

เพื่อมาหลอกว่ากำลังทำสงครามอยู่ กำลังปกป้องอยู่

แต่ลับหลังคือเป็นมิตรกัน แค่หลอกต่อหน้าเท่านั้น

.

และ มันก็หลอกสำเร็จ กว่าจะรู้ตัวว่าโดนหลอก

ก็เจ็บไปทั้งกายและใจแล้ว นี้ละความน่ากลัวของความสุข

.

กิเลสมันจะยั่ว มันจะหลอกอะไรเราได้ ถ้ามันไม่ใช่ความสุขเป็นเครื่องล่อ

หากยังเอาสุข เอาสบาย ติดสุข ติดสบาย ยังไงๆ ก็แพ้กิเลสวันยังค่ำ

กิเลสมันก็ยังหลอกได้อยู่เรื่อยๆ แล้วก็เจ็บแล้วก็อ่อนแอแล้วเข้มแข็งแล้วก็อ่อนแอ

วนกลับไปมาซ้ำแล้วซ้ำเหล่า ก็เพราะ ไอ้การที่ยังเอาสุข เอาสบายนี้อยู้นั้นละ

.

.

.

จะละกิเลสได้ ก็ต้องเลิกส่งอาวุธให้มัน

เลิกสร้างเหตุได้เมื่อใด ผลย่อมหายไปเมื่อนั้น

คิดดูเอา คิดดูเอา สร้างข้อวัตรปฎิบัติได้แล้ว

ความสุขความสบายละเลิกได้แล้ว

.

.

ทำในรูปแบบนั้นคือหน้าที่ หาเพราะทำไปเพื่อเพื่อความพอใจ

จำคำๆนี้ไว้ดีๆ “หน้าที่” คำๆนี้จะทำให้หลุดจากการติดสุขติดสบายได้

จำไว้นะ โชคดี

 

 


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.