หลายอย่างเราทำเป็นด้วยความเคยชิน
ทำบ่อยๆ ทำจนกระทั่งแม้จะเบื่อแต่ก็ยังทำ
ทุกอย่างปล่อยไปตามความเคยชิน ให้สัญชาติญาณพาไป
หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ การให้กรรมพาไป
เครื่องมือหนึ่งที่มักจะเป็นประโยชน์เสมอ
เมื่อต้องการตอกย้ำ และอะไรบ้างอย่างมาติตัวเองได้
ก็คือการดูไพ่ยิปซี
ไพ่ยิปซีมีอำนาจบางอย่างหรือ เป็นสื่อบางอย่าง
ที่สามารถจะทำให้สิ่งที่ต้องการเตือนเรา แต่ไม่สามารถเตือนตรงๆได้
ให้มาเตือนผ่านไพ่ยิปซี ไพ่ยิปซีจะสะท้อนขึ้นมาทันทีว่า
ความเคยชินที่เป็นอยู่นั้น จะนำพาซึ่งสิ่งใด และเหตุการณ์ใดมาหา
ถ้านั้นเป็นเหตุการณ์ดีๆ ก็เป็นเครื่องเตือนว่าจงทำเหตุ เช่นนั้นต่อไป
แต่ถ้านั้นเป็นเหตุการณ์ไม่ดี ก็เป็นเครื่องเตือนแล้วว่า ความเคยชินเช่นนี้จะนำภัยมาให้
และจากการดูล่าสุด ก็สรุปออกมาแล้วว่า หากยังเคยชินเช่นนี้ต่อไป ภัยจะมาหาในที่สุด
และในความเป็นจริงแล้วต่อให้ไพ่ไม่บอก ตัวเราเองก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร
แต่ตนเตือนตน ตนนั้นไม่เชื่อ เพราะยังคิดว่านี้คือตน นี้คือเรา นี้คือสิ่งที่ชั้นรักมากที่สุด
ใกล้ตัวมากที่สุด จึงเน้นที่จะตามใจมากกว่า ที่จะเตือนให้ขัดใจ
ดังนั้นสอนใครไม่อยากเท่าสอนตนเอง สอนตนเองเตือนตนเองเป็น
ถือว่าประสบความสำเร็จที่สุดแล้ว สำเร็จยิ่งกว่าสอนใครอีกมากมายด้วยวาจา
เพราะเป็นการสอนด้วยการกระทำ ถึงคนที่เราจะสอนจะเห็นการกระทำเราหรือไม่
นั้นไม่สำคัญ แต่ด้วยแรงของสัจจะอธิษฐานกลิ่นของมันช่างหอมหวลจนผู้ได้ยิน ยังอยากที่จะตั้งสัจจะ
และทำตามไปด้วย ด้วยความหนักแน่นของแรงสัจจะนั้น
ดังนั้นผู้มีแรงของสัจจะต่อตนเองค้ำจุนอยู่ย่อมเป็นผู้อยู่เหนือกิเลส
อยู่เหนือชะตากรรม และย่อมทำให้ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ จนได้รับความสุขที่ไม่ธรรมดา
แต่สุดท้ายความสุขเหล่านั้น ก็จะทำให้เกิดการพักชื่นชมความสุข
เริ่มตามใจ และก็เริ่มสบาย จนสุดท้าย สัจจะที่ตั้งไว้เริ่มเอนอ่อนสู้แรงความสุขความสบายไม่ได้
และสุดท้ายก็เริ่มเป็นความเคยชิน เคยชินที่จะผิดสัจจะต่อตนเอง อ่อนแอลงเรื่อนๆ
แม้รู้ว่าไม่ดี ก็ไม่มีแรงมากพอที่จะฟื้นลุกขึ้น ด้วยเหตุที่ไม่กล้าสละความสุขสบายใกล้ตัว
สุดท้ายเมื่อตนเตือนตนไม่ได้ ก็ต้องเริ่มหาพลังของบุคคลที่ 3 มาช่วยเตือน
เพราะบุคคลที่ 2 ยังไม่เด็ดขาด และยังรู้สึกว่าใกล้ตัวเกินไป
พลังของบุคคลที่ 3 จึงแรงกว่า ไพ่ยิปซีจึงถือว่าเป็น 1 ในพลังของบุคคลที่ 3 นั้น
หัวหน้า ตารางงาน กฏระเบียบภายนอก งาน ก็เป็นอีกแรงของพลังบุคคลที่ 3 ที่จะช่วยเตือนได้
เพราะฉะนั้นคนที่เก่งแต่แพ้ใจตนเอง แต่จะชนะได้ก็ต่อมีแรงของบุุคลที่ 3 หรือ สถานการณ์รั้งไว้
จึงเป็นผู้ที่ยังไงก็ต้องยังติดในโลกอีกตลอดไป เพราะเวลาที่ต้องทิ้งโลก ไม่มีหรอกที่พลังบุคคลอื่น
จะส่งไปช่วย นอกจากพลังของตนเอง
กว่า 3 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่กินแต่ผลแห่งการปฎิบัติดี
อันเป็นการปฎิบัติที่เกิดจากพลังของบุุคคลที่ 3 ทั้งสิ้น
ไม่ก็เพราะสิ่งแวดล้อมและความทุกข์ดลบันดาล
และก็ยังกินแต่ผลดีๆนั้น จนละเลยสิ่งที่ควรเป็นไป
นอกจากนี้ก็ไม่มี พลังบุคคลที่ 3 ใดๆ มาบังคับตรงๆ
จำเป็นต้องอาศัยจากบุคคลที่ 1 อย่างเดียวเท่านั้น
ซึ่งผลสรุปออกมาแล้ว่า เละนาน ดีบ้างและก็เละนาน
จน…